MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

เจฟ ซาเตอร์ เตรียมบุกโลก! เซ็นสัญญา Universal Music SEA มุ่งสู่การเป็นซุปตาร์ระดับอินเตอร์

เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย เพราะ Universal Music Southeast Asia (UM SEA) ในเครือ Universal Music Group (UMG) ประกาศเซ็นสัญญากับ เจฟ ซาเตอร์ ศิลปินที่ครบเครื่องทั้งร้อง แต่งเพลง โปรดิวซ์ และการแสดง ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและระดับสากล โดยการร่วมงานครั้งนี้จะเป็นการนำเครือข่ายธุรกิจดนตรีระดับโลกของ UMG มาผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจฟที่มีฐานแฟนเพลงขยายกว้างไปถึงสหรัฐอเมริกาและละตินอเมริกา พร้อมยอดสตรีมรวมทุกแพลตฟอร์มที่สูงกว่า 2 พันล้านครั้งจากทั่วโลก

เจฟ ซาเตอร์ คือนักร้อง นักแสดง และนายแบบลูกครึ่งไทย-อังกฤษ-จีน ที่มีความสามารถรอบด้านและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ปักหมุดความปังจากชาร์ตเพลงสู่เวทีโลก

ถ้าพูดถึงผลงานที่ทำให้ทุกคนต้องยอมสยบ ต้องมีเพลง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง (Fade)” และ “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)” ที่ขึ้นแท่นเพลงไทยยอดนิยมอันดับ 1 ปี 2024 จาก IFPI Thailand แถมเพลง “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)” ยังคว้าตำแหน่งเพลงไทยยอดเยี่ยมของ Spotify Thailand ปี 2024 ไปครองด้วย นอกจากนี้ยังมีเพลงฮิตอย่าง “Dum Dum”, “แค่เงา (Hide)” และ “Black Tie” ที่กวาดรางวัลจากเวทีดนตรีชั้นนำในไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งการได้ UMG มาซัพพอร์ตจะยิ่งช่วยให้เพลงเหล่านี้เข้าถึงหูแฟนเพลงทั่วโลกได้มากขึ้นไปอีก

ความอินเตอร์ของเจฟเห็นได้ชัดจาก Red Giant Tour ปี 2025 ที่ตระเวนไปหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน บราซิล ชิลี เม็กซิโก และเปรู ส่วนในไทยก็จัดเต็มที่อิมแพ็ค อารีน่า จนบัตร Sold Out ทั้งสองรอบ และในปี 2026 นี้ เจฟยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมพูดคุยและแสดงดนตรีในงาน Global Spin Live ณ GRAMMY Museum ลอสแอนเจลิส รวมถึงโชว์ในรายการ Good Day New York ทางสถานี WNYW FOX 5 ที่นิวยอร์ก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวตนทางดนตรีของเขาดึงดูดความสนใจจากระดับโลกได้จริงๆ

แพลนอนาคตที่ต้องจับตา: อัลบั้มใหม่และเวิลด์ทัวร์

หลังจากเซ็นสัญญาครั้งนี้ สิ่งที่แฟนๆ ต้องวอร์มนิ้วรอคือสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีกำหนดปล่อยในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2027 ตามมาด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวระดับสเตเดียมครั้งแรกในประเทศไทย และปิดท้ายด้วยการวางแผนเวิลด์ทัวร์ในช่วงปลายปี 2027 ยาวไปจนถึงปี 2028 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำสถานะศิลปินไทยบนเวทีโลก โดยใช้ประสบการณ์และฐานแฟนที่สะสมมาหลายปีเป็นใบเบิกทาง

ในส่วนของความร่วมมือครั้งนี้ UM SEA จะเข้ามาดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลงานเพลง การวางทิศทางศิลปิน กลยุทธ์การตลาด การขยายฐานผู้ฟัง การสนับสนุนเวิลด์ทัวร์ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์และศิลปินระดับโลก ซึ่งเจฟเผยว่าการได้พาร์ตเนอร์ที่เข้าใจความคิดของเขาอย่างแท้จริงคือสิ่งสำคัญ และตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นบทใหม่ร่วมกัน

ด้านผู้บริหารของ UMG ทั้ง อดัม กราไนท์ และ คาลวิน หว่อง ระบุว่าพร้อมสนับสนุนให้เจฟก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

ไม่ได้มีดีแค่เพลง แต่ยังปังในโลกการแสดงและแฟชั่น

นอกจากเรื่องดนตรี เจฟยังฝากฝีมือการแสดงไว้ใน KinnPorsche The Series ในบท “คิม” พร้อมแต่งและร้องเพลงประกอบ “แค่เธอ (Why Don’t You Stay)” และล่าสุดกับบท “ทองคำ” ในภาพยนตร์ วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) ซึ่งเขาเขียนและร้องเพลง “เหมือนวิวาห์ (Rain Wedding)” ด้วย ผลงานชิ้นนี้ทำให้เขาคว้ารางวัล Actor of the Year จาก GQ Men of the Year และถูกเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงได้รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีเดียวกัน ขณะที่ตัวหนังก็กวาดไปทั้งหมด 5 รางวัล

พุ่งไปที่สายแฟชั่น เจฟยังเป็น Brand Ambassador ของ Valentino และ Cartier โดยเฉพาะกับ Valentino ที่แต่งตั้งให้เขาเป็น Brand Ambassador ชาวไทยคนแรก ซึ่งล่าสุดกับการไปร่วมชมโชว์ Valentino Antibiblioteca Spring/Summer 2027 ที่ Paris Fashion Week ทำให้ Valentino มีมูลค่าสื่อ (EMV) สูงถึง 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 7 ของแบรนด์ที่สร้างมูลค่า EMV ได้สูงสุด ตอกย้ำความเป็นอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกได้แบบไม่ต้องสงสัย

เตรียมตัวรับความปังแบบคูณสิบได้เลย เพราะรอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นสีของเจฟ!

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก