MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

ส่อง LV The Place Bangkok โฉมใหม่! อัปเกรดความลักชูฯ ผสานศิลปะไทยและคาเฟ่สุดจึ้ง

เตรียมตัวให้พร้อมกับการก้าวเข้าสู่โลกของ Louis Vuitton แบบเต็มรูปแบบที่ LV The Place Bangkok ซึ่งครั้งนี้มาในคอนเซปต์ที่เน้นความสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม โดยไฮไลต์คือการจับมือกับ Bangkok Art Biennale ดึงศิลปินไทยตัวท็อป 3 คนอย่าง นักรบ มูลมานัส, ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดแสดงในเดือนตุลาคม 2026 นี้ แถมยังได้ Shohei Shigematsu จาก OMA มาช่วยดีไซน์พื้นที่ห้อง Trunkscape และทางเดินเยี่ยมชมให้ปังกว่าเดิม เพื่อให้คนรักศิลปะและงานฝีมือได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยเฉพาะนิทรรศการ Visionary Journeys ที่ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 700 ตารางเมตร

ถ้าอยากรู้ว่าข้างในมีอะไรบ้าง เราลิสต์เส้นทางการเดินชมแบบละเอียดมาให้แล้ว เริ่มต้นกันที่ห้อง Trunkscape พื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยที่จะมีผลงานศิลปินไทยมาเลียนล้อไปกับโครงสร้างทรังก์ 96 ใบ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ พิรวุฒิ โปษยานนท์ และอดุลญา ฮุนตระกูล ในธีม ‘อนาคตแห่งการเดินทาง - ระหว่างความทรงจำและจินตนาการ’ โดยงานชิ้นแรกที่เราจะได้เห็นคือผลงานคอลลาจของนักรบ มูลมานัส ที่ผสมผสานความเป็นไทยและตะวันตกเข้าด้วยกันได้อย่างมีสไตล์

เดินต่อมาอีกนิดจะเจอห้อง Origins ที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของแบรนด์ผ่านจดหมายเหตุ ทรังก์เก่าแก่ และแคนวาสลวดลายเอกลักษณ์ มีไอเท็มระดับตำนานให้ชมเพียบ เช่น Canteen Trunk ปี 1895 ที่เอาไว้ใส่ช้อนส้อมสำหรับนักสำรวจ, Picnic Trunk ปี 1909 สำหรับการพักผ่อนกลางแจ้ง และ Library Trunk ปี 1932 สำหรับเก็บหนังสือ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า Dauphine และชิ้นงานคลาสสิกที่พิสูจน์ว่าความสร้างสรรค์ของแบรนด์นั้นอยู่เหนือกาลเวลาจริงๆ

ส่วนใครที่สายเนี๊ยบต้องห้ามพลาดห้อง Workshop ห้องนี้จะเผยให้เห็นเบื้องหลังความละเอียดของช่างฝีมือ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงรายละเอียดสุดท้าย พร้อมมีการสาธิตงานฝีมือให้ชมแบบใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ Louis Vuitton เลยก็ว่าได้ จากนั้นไปต่อที่ห้อง Collaborations ซึ่งนำเสนอการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกผ่านสื่อดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ของ Marc Jacobs กับ Stephen Sprouse เมื่อปี 2001 หรือผลงานของ Takashi Murakami และ Yayoi Kusama รวมถึงคอลเล็กชั่น LV² ปี 2022 ของ Virgil Abloh และ NIGO® ที่สายสะสมต้องร้องกรี๊ด

ยังไม่หมด เพราะมีห้อง Fashion ที่รวบรวมไอเท็มเด็ดๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนัง และรองเท้า โดยมีไฮไลต์เป็นชุดเดรสประดับเลื่อมลายโมโนแกรมของ Marc Jacobs จากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2000, ผลงาน ‘Dreamhouse’ ของ Virgil Abloh จากคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2022 และงานของ Pharrell Williams ที่ทันสมัยที่สุดในตอนนี้ ก่อนจะปิดท้ายการเดินทางที่ห้อง Souvenirs พื้นที่อินเตอร์แอ็กทีฟสำหรับเก็บของที่ระลึกไว้เป็นความทรงจำ

และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Le Café Louis Vuitton ที่รอบนี้ขยายใหญ่ขึ้น 700 ตารางเมตร ลากยาวไปถึงชั้น 2 ให้เราได้ฟินกับมื้อกลางวัน Afternoon Tea หรือมื้อค่ำ โดยเชฟ Christophe Grilo และทีมเชฟท้องถิ่นใน Louis Vuitton Culinary Community ได้รังสรรค์เมนูที่ผสมผสานความเป็นไทยและสากลได้อย่างน่าลอง เช่น ‘Monogram Ravioli’, ‘Caesar Salad Eclipse’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้มยำกุ้งและข้าวมันไก่, ‘Silk Road Wagyu’ เนื้อวากิวแกงมัสมั่น และ ‘Siam Louis Hao’ กุ้งแช่น้ำปลาแบบเซี่ยงไฮ้ ส่วนสายหวานต้องจัด Chocolate Monogram, Vanilla Dream, Hazelnut Flower หรือเมนูไทยๆ อย่าง Mango Charlotte, Siam Petula และ Thai Tea Fleur

บอกเลยว่ารอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ทั้งงานอาร์ต ทั้งแฟชั่น แถมอาหารยังน่ากินขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว?

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก