MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

นิเทศจุฬาฯ จัดเต็ม! ยกบรอดเวย์มาลงโรงละครอักษราใน Last Night at Christie‘s

Pexels

เตรียมตัวให้พร้อมเพราะละครเวทีนิเทศจุฬาฯ ปี 2026 จะไม่ใช้แค่กิจกรรมที่ให้นิสิตในมหาวิทยาลัยดูกันเอง แต่ตั้งเป้าให้เป็นละครแห่งวงการบันเทิง โดยครั้งนี้ยกระดับความปังด้วยการย้ายสถานที่แสดงมายังโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นครั้งแรก พร้อมส่งผลงานมิวสิคัลเรื่อง “Last Night at Christie‘s หลังม่านเวทีฝัน” ที่จะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศใจกลางมหานครนิวยอร์ก ปี 1939

เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่การต่อสู้ดิ้นรนของตัวละครบนบรอดเวย์ที่ต้องพยายามแหวกฟ้าคว้าดาวเพื่อให้ได้เป็นดาวเด่นใต้แสงไฟ โดยเล่าผ่านเรื่องราวของสามสาวเพื่อนสนิทอย่าง คริสตี้ แมดลิน และนาดีน ที่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ณ โรงละครที่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ ความทรงจำ และความฝัน ซึ่งมีความลับที่ถูกฝังไว้เนิ่นนานกว่า 10 ปีรอการเปิดเผย ท่ามกลางประเด็นความรัก ความทะเยอทะยาน และการทรยศที่ซ่อนอยู่หลังม่าน เพราะเบื้องหลังความฝันอาจมีบางสิ่งที่ต้องแลกเสมอ

แคสติ้งตัวละครและเบื้องหลังบทละคร

สำหรับตัวละครหลักในเรื่องนี้ ได้นิสิตมาสวมบทบาทอย่างเข้มข้น โดย เคที่ แม็คเอ็นที (เคท) นิสิตชั้นปีที่ 2 รับบทเป็น คริสตี้ เจ้าของโรงละคร ด้าน วลัยากรณ์ สุริยเสนีย์ (เอญา) นิสิตชั้นปีที่ 2 รับบทเป็น แมดลิน ดาราหนังชื่อดัง และ ปานชนก พฤกษาทร (ปริม) นิสิตชั้นปีที่ 1 รับบทเป็น นาดีน อดีตนางโชว์ดาวเด่น

เทียร์ ปณิธาน จันทร์สว่างสกุล ผู้กำกับนิสิตชั้นปีที่ 4 และหนึ่งในทีมเขียนบทเมืองมารยา เดอะมิวสิคัล เผยว่าแรงบันดาลใจในการเขียนบทครั้งนี้มาจากการสังเกตคนรอบตัวในคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งเพื่อน รุ่นพี่ และรุ่นน้อง ที่เข้ามาเรียนเพื่อทำตามความฝัน จึงนำมาเป็นสารตั้งต้นให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามว่า การเดินทางตามความฝันนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายอย่างไร และความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันนั้นคุ้มค่าจริงหรือไม่

ย้อนรอยวิกฤตบรอดเวย์สู่ยุคสตรีมมิง

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการสอดแทรกประวัติศาสตร์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวงการบันเทิง โดยในเรื่องจะเล่าถึงยุคที่ละครเวทีต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากการมาถึงของภาพยนตร์เสียงเรื่อง The Jazz Singer ในปี 1927 ที่เข้ามาแทนที่ภาพยนตร์เงียบ จนทำให้ละครเวทีต้องเผชิญกับการแข่งขันจากสื่อรูปแบบใหม่ ประกอบกับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือ Great Depression ซึ่งท้าทายสถานะการเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของบรอดเวย์ในขณะนั้น

ซึ่งเหมือนในยุคนี้ที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์บันเทิงต้องสู้กับแพลตฟอร์มดิจิทัลและสตรีมมิง

การยกระดับสู่ความเป็นมืออาชีพ

การทำงานในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปล่อยของก่อนเรียนจบ แต่เป็นการทำงานแบบมืออาชีพที่เตรียมงานกันมานานกว่า 6 เดือน โดยมีทีมงานคุณภาพถึง 7 ทีม ทั้ง Producer, Director, Marketing Communication, Production, Multimedia, Manage และ Operation โดยมี พรรษกร เสริมศรี (กาย) และ จันทร์จรัส ณ ระนอง (เนวี่) นิสิตชั้นปีที่ 4 ในฐานะประธานละคร ที่ทุ่มเททำงานหนักแบบไม่มีวันหยุดเพื่อให้ผลงานออกมาประทับใจและทำให้วงการละครเวทีต้องจดจำ

ทางด้าน รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดี และ ผศ.ดร.ปอรรัชม์ ยอดเณร รองคณบดีด้านกิจการนิสิต มองว่าละครนิเทศฯ เป็นเวทีที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง และเป็นพื้นที่ที่นิสิตได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในฐานะนักสื่อสารมวลชน เพื่อสอดแทรกประเด็นทางสังคมลงไปในเนื้อเรื่องที่สนุกสนานและตื่นตาตื่นใจ

สำหรับใครที่อยากไปดูความปังนี้ ละครจะจัดแสดงทั้งหมด 10 รอบ ในวันที่ 29-31 มกราคม และ 5-7 กุมภาพันธ์ 2027 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิดจองบัตรผ่าน Ticketmelon มีราคาให้เลือกตั้งแต่ 490, 590, 690 และ 760 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ ละครนิเทศจุฬาฯ Lakorn Nitade Chula

เห็นความทุ่มเทระดับนี้แล้ว บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ใครที่ชอบมิวสิคัลจังหวะบรอดเวย์ต้องรีบกดบัตรให้ทันนะ ไม่งั้นพลาดของดีแน่นอน!

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก