MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
ไลฟ์สไตล์

Frankensteining: สัญญาณธงแดงสุดอันตรายในความสัมพันธ์ ที่คุณอาจกำลังมองข้าม!

Pexels

ความรักกับการ "สร้างสรรค์" ใหม่

ถ้าพูดถึง "แฟรงเกนสไตน์" ภาพในหัวทุกคนคงเป็นดร.แฟรงเกนสไตน์ที่ประกอบร่างสิ่งมีชีวิตจากชิ้นส่วนหลากหลายที่มาจากที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์เขากำลังพูดถึงพฤติกรรมคล้ายๆ กันในความรักของเรา แต่โชคดีที่ไม่น่ากลัวเท่าในหนังสือนิยาย พฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า "Frankensteining" และเป็นสัญญาณธงแดงที่หลายคนมองข้ามไปอย่างไม่น่าเชื่อ

"Frankensteining" คือการพยายามเปลี่ยนแฟนให้เป็น "คนในฝัน" ตามมาตรฐานของคุณเป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก ความสนใจ หรือนิสัยประจำวัน หมายความว่า คุณพยายามจะ "สร้าง" แฟนขึ้นมาใหม่ โดยยึดเอาแต่ความปรารถนาส่วนตัวของคุณ ไม่ได้มองเห็นคุณค่าในแบบที่เขาเป็นจริงๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและนักบำบัดความสัมพันธ์ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมนี้เป็นปัญหาคลาสสิกในโลกของการเดต ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือหลายคนทำไปโดยไม่รู้ตัวว่ามันเป็นพิษร้ายแรงต่อทั้งอีกฝ่ายและต่อพลวัตของความสัมพันธ์โดยรวม สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังติดกับดักนี้คือเวลาที่คุณแอบคิดบ่อยๆ ว่า "เฮ้อ ถ้าเขาเปลี่ยนสิ่งนี้ได้นะ ทุกอย่างคงจะเพอร์เฟกต์" ถ้าเคยคิดแบบนี้ รีบฉุกคิดและตั้งสติด่วนๆ เลย ก่อนที่ความสัมพันธ์จะพังไป

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

ลองนึกภาพ: คุณซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ใช่สไตล์แฟนให้เขาตลอด ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ แต่ก็ยังหวังว่าเขาจะยอมใส่เพื่อคุณ หรือ คุณพยายามลากเขาไปย้อมผมสีนั้นสีนี้ ทั้งที่สีผมเดิมเขาก็โอเคอยู่แล้ว หรือหนักไปกว่านั้นคือ พยายามลากเขาไปทำกิจกรรมหรือเข้าชมรมที่คุณชอบมากๆ แต่เขากลับเบื่อหน่ายหรือไม่ชอบ นี่แหละคือการที่คุณกำลังใช้แรงกดดันที่เป็นพิษต่อความสัมพันธ์อย่างแท้จริง

ทำไมจึงกลายเป็น Frankenstein

มีเหตุผลหลายประการอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้ และไม่ได้มาจากความตั้งใจร้ายเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากความหวังดี เช่น คุณเห็นแฟนติดอยู่ในสถานการณ์งานที่ไม่ค่อยแฮปปี้ แล้วคุณก็พยายามเชียร์ให้เขาลาออกไปทำในสิ่งที่เขารักจริงๆ ตอนแรกมันอาจจะเป็นการสนับสนุนที่ดี แต่ถ้ามันเลยเถิดไปเป็นการควบคุม พยายามบงการชีวิตเขาว่าต้องทำอย่างนี้ตามใจเราทั้งหมด นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่มันจะกลายเป็น "Frankensteining" ทันที

อีกเหตุผลที่หลายคนตกหลุมนี้ก็คือ เรามักจะไปเดตกับ "ศักยภาพ" ของใครบางคน หรือ "ภาพลักษณ์ที่อยากให้เขาเป็นในอนาคต" มากกว่าที่จะเดตกับคนๆ นั้นในแบบที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบัน พอช่วงแรกๆ ของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลเริ่มจางลง คุณก็จะเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยถูกใจคุณ แทนที่จะยอมรับว่าอาจจะไม่เข้ากันจริงๆ หรือตัดสินใจแยกทางกัน หลายคนเลือกทางที่ดูเหมือนง่ายกว่า นั่นก็คือการพยายาม "แกะสลัก" หรือ "ปรับแต่ง" แฟนให้เข้ากับต้องการของตัวเอง ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วมันคือความสัมพันธ์ที่ทรมานทั้งสองฝ่าย เพราะมันกำลังบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณไม่ยอมรับตัวเขาตรงๆ

วิธีหลุดพ้นจากกับดัก

พูดกันตรงๆ มันเฮลตี้กว่า และจริงใจกว่าเยอะ ถ้าคุณจะตัดสินใจแยกทางกับคนที่เข้ากันไม่ได้จริงๆ มากกว่าที่จะพยายาม "ประกอบร่าง" หรือเปลี่ยนแปลงเขาอย่างรุนแรง สิ่งที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยง "Frankensteining" ก็คือ การให้พื้นที่และอิสระกับอีกฝ่าย ให้เขาได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนตามใจเราทุกอย่าง เพราะแฟนไม่ใช่โปรเจกต์ศิลปะที่เราจะแกะสลักหรือสร้างขึ้นมาใหม่

ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ที่คนรักของคุณจะมีอะไรที่แตกต่างจากคุณ หรือไม่ตรงกับมาตรฐานในฝันที่อยู่ในหัวคุณ การพยายามเปลี่ยนใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ จิตใจ หรือแม้แต่อารมณ์ มันก็คือรูปแบบหนึ่งของการควบคุมทางอ้อม และอย่างที่ประวัติศาสตร์ของ "Frankenstein" ได้แสดงให้เห็น เวลาที่เราพยายามประกอบแฟนที่สมบูรณ์แบบจากชิ้นส่วนที่ไม่เข้ากัน สิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ก็อาจจะเป็นแค่ "อสูรกาย" ที่เสียตัวตนของตัวเองไปจนแล้ว

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก