MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
ไลฟ์สไตล์

ไม่ใช่แค่กินอะไร แต่กิน 'เมื่อไหร่' ก็สำคัญ! จัดผิดเวลาชีวิตเปลี่ยนนะแกรรร

Pexels

ทุกคนรู้ว่ากินอะไรสำคัญ แต่ใครจะไปคิดว่า 'เมื่อไหร่' ที่กินก็สำคัญไม่แพ้กัน! บางทีอาหารที่เราว่าเฮลตี้ๆ ใสๆ ไร้พิษภัยเนี่ยแหละ พอไปกินผิดที่ผิดทาง ผิดเวลาไปหน่อย ก็อาจกลายร่างเป็นตัวร้ายที่ทำให้ท้องปั่นป่วน ท้องอืด หรือแสบร้อนกลางอกได้ง่ายๆ เลยนะ วันนี้เราจะพามาเจาะลึกว่าอาหารจานโปรดของเรามีอะไรบ้างที่ต้องระวังเรื่อง 'ไทม์มิ่ง' ก่อนจะกินเข้าไป ถ้าไม่อยากให้ชีวิตประจำวันสะดุดเพราะเรื่องกินพลาดๆ ต้องอ่านให้จบ!

เรื่องกล้วยๆ ที่ไม่กล้วยอย่างที่คิด

กล้วยเนี่นะ เป็นผลไม้สุดป๊อปที่หาซื้อง่าย กินง่าย ใครๆ ก็ชอบจัดเป็นอาหารเช้าแบบเร่งรีบ แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าคุณเป็นสายกินกล้วยเปล่าๆ ตอนท้องว่างมากๆ หรือกินเป็นอย่างแรกในตอนเช้า โดยที่ยังไม่มีอาหารอื่นลงท้องเลย บอกเลยว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้ดีงามอย่างที่คิดนะแก สำหรับบางคน กล้วยสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือรู้สึกไม่สบายท้องได้ง่ายๆ เลยล่ะ เหมือนมันไปกวนระบบข้างในน่ะ ถ้ารู้สึกแบบนี้ ไม่ต้องถึงกับเลิกกินกล้วยนะ แค่ลองเปลี่ยนสไตล์มากินคู่กับโยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต หรือถั่วต่างๆ ดูสิ แล้วสังเกตอาการดูว่าร่างกายเราแฮปปี้ขึ้นไหม อันนี้คือทริคที่หลายคนมองข้าม!

ส่วนตระกูลส้มรสเปรี้ยวจี๊ดอย่าง ส้ม และ เกรปฟรุต ที่หลายคนยกให้เป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพและสดชื่นยามเช้าเนี่ย ก็ต้องระวังเหมือนกันนะ เพราะผลไม้รสเปรี้ยวจัดพวกนี้อาจไม่เป็นมิตรกับกระเพาะของทุกคน โดยเฉพาะคนที่แพ้กรดง่าย หรือมีอาการแสบร้อนกลางอกเป็นประจำอยู่แล้วเนี่ย ความเปรี้ยวจี๊ดของมันจะไปกระตุ้นอาการให้หนักขึ้นได้ง่ายๆ เลยนะเออ ถ้าลองแล้วรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ ลองขยับเวลาไปกินพร้อมมื้ออาหารหนักๆ หรือเป็นของว่างช่วงบ่ายแทนก็เข้าท่ากว่าเยอะ จะได้ไม่ไปรบกวนกระเพาะตอนที่ยังว่างเปล่าอยู่ เกรปฟรุตมีจุดสนใจเพิ่มเติม: ถ้าคุณกินยาเป็นประจำ ต้องระวังให้ดีเลยนะ เพราะเกรปฟรุตสามารถทำปฏิกิริยาและส่งผลกระทบกับการดูดซึมยาบางชนิดได้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนเสมอเลย

ระวังก่อนเข้านอน: มะเขือเทศ ช็อกโกแลต และหัวหอมกระเทียม

มาที่อาหารช่วงเย็นกันบ้าง ที่บางทีเราก็เผลอจัดหนักเกินไป อย่าง มะเขือเทศ ที่เป็นวัตถุดิบหลักในหลายๆ เมนู ไม่ว่าจะเป็นสปาเก็ตตี้ สลัด หรือซอสต่างๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวมะเขือเทศหรอกนะ แต่อยู่ที่ปริมาณและเวลาที่เรากินเข้าไปน่ะสิ! ถ้าเกิดคุณจัดมะเขือเทศสด หรือซอสมะเขือเทศแบบจัดเต็มพูนจานตอนสามทุ่มสี่ทุ่ม แล้วล้มตัวลงนอนแป๊บเดียวเนี่ย มีสิทธิ์เจออาการแสบร้อนกลางอก หรือกรดไหลย้อนถามหาได้ง่ายๆ เลยนะแก ยิ่งถ้ากินคู่กับของมันๆ ชีสเยิ้มๆ หรือของทอดนี่ตัวดีเลยจ้า เพราะมันจะยิ่งหนักท้องไปกันใหญ่ ถ้าสังเกตว่ามีอาการแบบนี้ ลองขยับมื้อเย็นให้เร็วขึ้นซักนิด ให้ร่างกายมีเวลาได้ย่อยก่อนจะไปเอนหลังนอนยาวๆ ดูสิ อาจช่วยลดความทรมานลงได้เยอะเลยนะ

ส่วน ช็อกโกแลต ของหวานยามดึกในฝันของใครหลายคน ที่บอกเลยว่ามันเย้ยวนใจจริงๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน ช็อกโกแลตอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดก่อนนอนนะ เพราะนอกจากมันจะสามารถกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนให้แย่ลงได้แล้ว ช็อกโกแลต โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต ก็มีคาเฟอีนแฝงอยู่ด้วยนะ! ซึ่งคาเฟอีนก็เป็นอีกตัวที่อาจรบกวนการนอนหลับได้ ใครที่ชอบกินช็อกโกแลตตอนสี่ทุ่มห้าทุ่ม แล้วตื่นมาพร้อมความรู้สึกแสบร้อนในลำคอ หรือแน่นๆ ท้อง ลองย้ายไปกินช่วงกลางวัน หรือบ่ายๆ แทนดีกว่า จะได้ฟินกับรสชาติโดยไม่ต้องกังวลตอนเช้า

มาถึงคู่หูคู่แซ่บอย่าง หัวหอมดิบ และ กระเทียมดิบ ที่ใส่ในอาหารแล้วรสชาติพุ่งปรี๊ด แต่สองสิ่งนี้ก็เป็นตัวสร้างเรื่องให้ระบบย่อยอาหารที่บอบบางได้เหมือนกันนะจ๊ะ สำหรับบางคน กินแล้วท้องอืดหนักมาก หรืออาการกรดไหลย้อนกำเริบหนักกว่าเดิมได้เลย เพราะความเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนของมันนั่นแหละ ใครที่ชอบใส่หัวหอมดิบหรือกระเทียมดิบแบบไม่ยั้งในมื้อค่ำ อย่างสลัด หรือยำแซ่บๆ แล้วรู้สึกไม่สบายตัวหลังกิน ลองลดปริมาณลงหน่อย หรือกินให้เร็วขึ้นหน่อยดีกว่า ไม่ได้แปลว่าต้องโบกมือลาเมนูโปรดที่มีสองสิ่งนี้ไปเลยนะแก แค่ต้องดูเวลาให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง

เผ็ดร้อนก่อนนอน? คิดดีๆ นะ!

สำหรับสายแซ่บที่ขาดอาหารรสจัดจ้านไม่ได้เลยในแต่ละวัน บอกเลยว่าถ้าปกติกินแล้วไม่มีปัญหาอะไร ร่างกายคุณสตรองพอ ก็จัดไปโลด! แต่ถ้าใครมีแนวโน้มที่จะแสบร้อนกลางอกบ่อยๆ หรือมีอาการกรดไหลย้อนกำเริบง่ายเนี่ย อาหารรสเผ็ดร้อนจัดจ้านพวกพริกนี่แหละตัวดีเลย ที่จะสร้างปัญหาให้หนักขึ้นไปอีกถ้ายัดเข้าไปตอนดึกๆ ลองคิดดูสิ กินอาหารเผ็ดร้อนไฟลุกตอนสี่ทุ่ม แล้วล้มตัวลงนอนแป๊บเดียวเนี่ย มันคือคอมโบที่ทำให้คนเป็นกรดไหลย้อนทรมานกว่าเดิมแน่นอน เพราะกว่ากระเพาะจะจัดการเสร็จก็ใช้เวลานาน แถมกรดก็พร้อมจะไหลย้อนกลับมาได้ตลอด เทียบกับการกินมื้อเดียวกันนี้เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้นนะ ยังไงก็ดีกว่าเยอะ

ฟังร่างกายตัวเองให้ดีที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้คือ ไม่มีกฎตายตัวเป๊ะๆ ว่าอะไรควรกินเมื่อไหร่ เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน! อาหารที่ทำให้คุณแสบร้อนกลางอก อาจไม่มีผลอะไรกับคนอื่นเลยก็ได้ หรืออาหารชนิดเดียวกัน กินตอนเช้าได้ดี แต่กินตอนเย็นแล้วมีปัญหา ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำที่สุดคือการเป็นนักสังเกตอาการของตัวเองให้ดีที่สุดว่าอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ มันเกิดขึ้นตอนไหน และมีอะไรที่เรากินเข้าไปก่อนหน้านั้นบ้าง เช่น ถ้ากินกล้วยตอนท้องว่างแล้วท้องอืดหนักมาก แต่พอกินกล้วยกับโยเกิร์ตแล้วไม่มีปัญหา นั่นแหละ! คุณได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองแล้ว และข้อมูลนี้แหละ ที่จะช่วยให้คุณออกแบบการกินที่เหมาะกับตัวเองได้ดีที่สุดแบบไม่ต้องพึ่งใครเลย อย่าคิดว่าเรื่องกินคือเรื่องง่ายๆ นะจ๊ะ เพราะบางทีแค่เปลี่ยนเวลา ก็เปลี่ยนความรู้สึกไปตลอดวันเลยนะ!

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก