ยิ่งกว่าละคร! มิจฉาชีพตีเนียนโทรหาลุงโยธิน อ้างเป็นลูกสาวขอเงิน สุดท้ายโป๊ะแตกจนต้องปิดเครื่องหนี

เรื่องนี้คือที่สุดของความใจร้าย เพราะมิจฉาชีพรายนี้เลือกที่จะโทรหาลุงโยธิน มาพบพันธ์ อดีตนักแสดงวัย 73 ปีที่ชีวิตกำลังลำบาก โดยโทรมาแสร้งทำเป็นลูกสาว ร่ำไห้สะอื้นตลอดสายเพื่อเรียกความสงสาร และขอเงินค่ารถเพื่อเดินทางมาหาพ่อ ซึ่งในช่วงแรกลุงโยธินดีใจมากจนถึงขั้นร้องไห้ เพราะคิดว่าลูกสาวโทรมาจริงๆ
แต่ความจริงก็ปรากฏเมื่อ ดร.พรทิพา สุพรหมสิทธิ หรือ ผอ.ฟ้า ประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข เข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยการถามชื่อ-นามสกุลจริงของทั้งพ่อและแม่ รวมถึงสอบถามข้อมูลส่วนตัว จนมิจฉาชีพเริ่มมีพิรุธ เมื่อถูกถามว่าทำไมใช้นามสกุลไม่ตรงกัน กลับตอบว่าพ่ออาจจะไปเปลี่ยนนามสกุลหรือเปล่า ทั้งที่ลุงโยธินยืนยันชัดเจนว่าตั้งแต่จำความได้ไม่เคยเปลี่ยนนามสกุลเลย ทำให้ลุงเริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอก
ยิ่งคุยยิ่งโป๊ะ นัดตรวจ DNA แต่หายเงียบ
ความพยายามของมิจฉาชีพยังไม่จบแค่นั้น เพราะเมื่อ ผอ.ฟ้า ต่อสายกลับไปอีกครั้ง พบว่าข้อมูลที่พูดเริ่มไม่ตรงกับครั้งแรก โดยครั้งนี้กลับอ้างว่ามีน้องชายอีกคน และบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกชื่อแม่เพราะจำสิ่งที่เคยโกหกไว้ไม่ได้ แถมยังอ้างว่าแม่ติดต่อไม่ได้เนื่องจากมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว
ทาง ผอ.ฟ้า จึงท้าให้มาตรวจเลือดและตรวจ DNA กับลุงโยธินเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยย้ำว่าทางนี้จะไม่ช่วยค่าเดินทาง ซึ่งตอนแรกมิจฉาชีพนัดว่าจะเดินทางมาถึงในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่พอ ผอ.ฟ้า โทรไปบอกว่าน่าจะเดินทางวันรุ่งขึ้นและให้จองตั๋วในวันนั้น ล่าสุดมิจฉาชีพรายนี้ปิดมือถือไปแล้ว
ขุดประวัติพบเป็นมิจฉาชีพมืออาชีพ
จากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อ พบข้อมูลว่าเบอร์นี้เป็นของมิจฉาชีพที่ชอบใช้มุกเดิมๆ คือการอ้างตัวเป็นลูกหลานของคนนั้นคนนี้เพื่อหลอกเงิน โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าลุงโยธินเริ่มมีชื่อเสียงและมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ จึงฉวยโอกาสนี้แฝงตัวเข้ามาเป็นลูกสาวเพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งน่ารังเกียจมากที่เลือกทำร้ายคนที่ลำบากอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ลุงโยธินยังต้องเผชิญกับความเครียดจากข่าวลือที่บอกว่าลุงมีภรรยาหลายคนจนจำไม่ได้ ซึ่งลุงยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะชีวิตที่ผ่านมาลำบากมาตลอด ไม่เคยมีเงินทองมากมายขนาดที่จะมีภรรยาได้หลายคน ส่วนเรื่องที่มิจฉาชีพแอบอ้างว่าเคยเห็นลุงตอนอายุ 5-6 ขวบที่เชียงใหม่ ลุงก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยเกิดขึ้นแน่นอน
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในเรื่องนี้คือ ในขณะที่มีคนแปลกหน้าพยายามปลอมตัวเป็นลูกเพื่อหลอกเงิน แต่ลูกที่แท้จริงของลุงกลับเงียบเฉยและไม่มีการติดต่อกลับมาเลยแม้แต่น้อย
คนแบบนี้มีอยู่จริงบนโลกด้วยเหรอ ถึงกล้ามาหลอกคนแก่ที่ลำบากอยู่แล้วแบบนี้!
