MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

เสน่ห์แบบตัวแม่ Emily Blunt กับบทผู้กำกับใน The Fall Guy ที่ทำถึงเกิน

บอกเลยว่า Emily Blunt คือที่สุดของความธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามตะโกนหรือเล่นใหญ่ให้โลกจำ แต่แค่ใช้สายตา น้ำเสียง แล้วก็จังหวะการเว้นคำพูด ก็ทำให้เรารู้แล้วว่าตัวละครคิดอะไรอยู่ ยิ่งบวกกับความสง่างามที่มีอารมณ์ขันในตัว ทำให้ไม่ว่าเธอจะรับบทแนวไหนก็ดูน่าเชื่อถือไปหมด

ถ้าจะให้พูดถึงบทที่คนจำได้แม่นๆ ก็ต้องยกให้ เอมิลี ชาร์ลตัน จาก The Devil Wears Prada ซึ่งถึงจะไม่ใช่นางเอก แต่เธอก็ขโมยซีนสุดๆ เปลี่ยนตัวละครเย็นชาที่ชอบพูดจาจิกกัดให้กลายเป็นตัวละครโปรดของใครหลายคนได้อย่างมีสไตล์

ส่วนใน The Fall Guy นี้ Emily Blunt รับบท โจดี้ โมเรโน ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ต้องแบกความกดดันจากทั้งสตูดิโอ ทีมงาน แถมต้องรับมือกับนักแสดงนำที่หายตัวไปแบบงงๆ ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นทั้งความฝัน ความไม่มั่นใจ และความกดดันของโจดี้ไปพร้อมกัน

สลับโหมดความมั่นใจแบบลื่นไหล

ความเด็ดของเรื่องนี้คือการที่ Blunt เปลี่ยนน้ำหนักตัวละครได้แบบสมูทมาก เวลาทำงาน โจดี้จะกลายเป็นผู้กำกับสายคุมเกมที่ตัดสินใจไว พูดเร็ว เพื่อให้กองถ่ายเดินหน้าต่อได้ แต่พอต้องเผชิญหน้ากับ โคลต์ ซีเวอร์ส อดีตคนรักที่เป็นสตันท์แมน ความมั่นใจที่เคยมีก็เริ่มสั่นคลอนทันที

ความสัมพันธ์ที่ยังมีอะไรค้างคากันอยู่ ทำให้โจดี้กลายเป็นคนที่พูดไม่หมดและเลือกเก็บความเจ็บปวดไว้กับตัวเอง ซึ่ง Blunt ถ่ายทอดออกมาได้ธรรมชาติมากจนเราเห็นทั้งโหมดผู้กำกับและโหมดผู้หญิงที่ยังลืมรักเก่าไม่ได้ในคนเดียวกัน

ถึงแม้ The Fall Guy จะเน้นความตลก แต่การแสดงของเธอก็ไม่ได้ไปแย่งซีนด้วยการเล่นใหญ่ แต่เน้นสร้างเสียงหัวเราะผ่านสีหน้าและปฏิกิริยาตอบโต้เวลาที่แผนการในกองถ่ายเริ่มพังพินาศจนคุมไม่อยู่

ตัวละครนี้จึงมีทั้งมุมที่แข็งแกร่งและมุมที่เปราะบางอยู่ในคนเดียวกัน

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก