รีวิว ธี่หยด สมิงเขาขวาง: งานสร้างอัปเกรด แต่บทเริ่มตันจนเหมือนดูละครช่อง 7

จักรวาลหนังที่ฮอตที่สุดในไทยตอนนี้ลุยต่อเข้าปีที่ 4 กับ 'ธี่หยด สมิงเขาขวาง' ซึ่งเป็นภาคต้นที่พาย้อนกลับไปดูจุดกำเนิดการร่วมมือกันของคู่หูในตำนานอย่าง ยักษ์ และ จ่าปพันธ์ ในภารกิจบุกป่าล่าเสือสมิงร้ายเพื่อหยุดยั้งไม่ให้มันคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ โดยมี น้ำเพชร ลูกสาวจ่าปพันธ์ที่ทำงานในกรมป่าไม้ร่วมเดินทางไปด้วย
สำหรับบริบทของเรื่องนี้เป็นการขยายจักรวาลต่อจากไตรภาคที่ผ่านมา โดยหยิบแรงบันดาลใจจากนิยายของ กฤตานนท์ มาเล่าในรูปแบบภาพยนตร์ ซึ่งมีกำหนดฉายในไทยวันที่ 30 กันยายน 2026
งานสร้างจัดเต็มแต่ CG ยังไม่กริบ
ภาคนี้เป็นการผนึกกำลังของผู้กำกับสามคน คือ แป๊บ ณฤทธิ์ และ ต้อม ธนเดช ที่กลับมาคุมบังเหียนอีกครั้ง พร้อมเสริมทัพด้วย เต้ย ชวลิต จากสตูดิโอ Fatcat มาช่วยดูแลงานสร้าง ทำให้เห็นชัดว่าหนังพยายามยกระดับวิชวลให้จัดเต็มขึ้นเพื่อสู้กับกระแสเฟรนไชส์ที่เริ่มถดถอยและความตื่นเต้นของแฟนคลับที่ลดลง
ถ้าพูดถึงตัวเสือสมิง ต้องยอมรับตรงๆ ว่าดีไซน์ไม่ได้เนียนกริบระดับ 4K เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ต้องสร้างหนังแบบปีต่อปี ทำให้บางจังหวะดูโดดเด้งไปบ้าง แต่โดยรวมถือว่ามาตรฐานงานวิชวลและ CG อยู่ในระดับที่น่าพอใจและส่งเสริมหนังได้ดี ให้คะแนนความพยายามของทีมงานไทยที่เนรมิตฉากต่อสู้ในป่าออกมาได้ใช้ได้เลย
บทหนังที่ชวนให้เดาทางได้ทุกช็อต
จุดที่น่าเสียดายที่สุดคือเรื่องบทและพล็อตเรื่องที่ดูจะถดถอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างเรื่องแทบไม่ต่างจากละครโทรทัศน์ยุคจอแก้วของช่อง 3 หรือช่อง 7 ที่พาตัวละครผจญภัยเข้าป่า เพียงแต่เอามาสรุปใจความให้กระชับขึ้นตามเวลาของหนัง ทำให้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น มุกเดิมๆ และจังหวะซ้ำซากจนเดาทางได้เกือบหมด
แม้จะพยายามขยายมิติจักรวาลให้กว้างขึ้น แต่เส้นเรื่องกลับไม่มีแรงดึงดูดใจเท่าภาคแรก กลายเป็นหนังที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ตามสเต็ปการเผชิญอาถรรพ์แบบพื้นฐาน และจบลงด้วยบทสรุปที่ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย มีเพียงการคัทซีนเท่ๆ ให้ตัวละครดูเป็นฮีโร่ในดวงใจเท่านั้น
ทีมนักแสดงระดับดรีมทีมที่แบกเรื่องไว้
ในส่วนของแคสต์ถือว่าแน่นมาก โดยเฉพาะ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ องอาจ เจียมเจริญพรกุล ที่เล่นบทนี้ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 จนเข้าเส้น เพียงแต่ปรับรูปลักษณ์ให้ดูเด็กขึ้น ส่วน โบว์ เมลดา ที่มารับบทลูกสาวจ่าปพันธ์ ช่วยเติมความสดใสและลบล้างความเถื่อนของหนังได้ดี แม้ว่าบทจะยังไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร แต่การแสดงก็ยังดูเป็นมืออาชีพ
นอกจากนี้ยังมี ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส, ปู สหจักร, โจ๊ก อัครินทร์, แบงค์ ปวริศร์ และ เดี่ยว ชูพงษ์ ที่ช่วยเกลี่ยความสำคัญของบทบาทได้อย่างกลมกล่อมและผลักดันให้หนังเดินหน้าไปได้จนจบ
สรุปแล้ว 'ธี่หยด สมิงเขาขวาง' คือการเติมเต็มเฟรนไชส์ที่ยังพิสูจน์ว่ามีทางไปต่อได้อีกเยอะ แม้ความสดใหม่จะเริ่มหายไปและพล็อตเรื่องจะจำเจเหมือนยืมละครไทยมาทำ แต่ด้วยงานสร้างที่อัปเกรดขึ้นและทีมนักแสดงคุณภาพ ก็ยังทำให้หนังเรื่องนี้ดูอิ่มเอมในระดับหนึ่ง
ใครชอบแนวล่าสมิงในป่าก็น่าจะฟิน แต่ถ้าหวังความแปลกใหม่ของบทอาจจะต้องเผื่อใจนิดนึงนะ
