MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
ไลฟ์สไตล์

Less is more: 5 ไอเทมแต่งบ้านที่ทำให้ห้องดูรกแบบไม่รู้ตัว

Pexels

เคยเป็นไหมที่รู้สึกว่าบ้านมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ทั้งที่เฟอร์นิเจอร์ก็วางถูกที่ สีห้องก็แมตช์กันดี แต่ภาพรวมกลับดู 'Too Much' จนอึดอัด สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากของชิ้นใหญ่ แต่เป็นพวกของตกแต่งที่ค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ จนมีอยู่ทุกที่

ทางแก้ไม่ใช่การโละทิ้งทุกอย่างหรือการรื้อบ้านครั้งใหญ่ แต่คือการปรับวิธีวางของใหม่เพื่อให้บ้านมี 'อากาศ' ให้หายใจมากขึ้น และเลือกโชว์เฉพาะชิ้นที่เด่นจริงๆ การลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจะช่วยให้บ้านดูคลีนขึ้น อบอุ่น และดูมีความใส่ใจในการแต่งบ้านมากกว่าเดิม

หยุดวางของกระจุกกระจิกทุกมุม

การมีแจกันใบเล็กตรงนี้ เทียนหอมตรงนั้น หรือมีกรอบรูปกับถ้วยใบเล็กวางแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ อาจดูเหมือนการเพิ่มดีเทล แต่พอทุกอย่างมากองรวมกันบนพื้นผิวเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือความรกมากกว่าความอบอุ่น

ทริคที่เวิร์กกว่าคือการจัดของตกแต่งให้เป็น 'กลุ่มก้อน' เล็กๆ แทนการกระจายของไปทั่ว และที่สำคัญคือต้องกล้าปล่อยให้มีพื้นที่ว่างระหว่างกลุ่มของเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเติมของลงไปในทุกมุมห้องเพื่อให้ดูเต็ม

หมอนอิงที่เยอะจนไม่มีที่นั่ง

หมอนอิงเป็นไอเทมที่ช่วยให้โซฟอดูสบายและเพิ่มคาแรกเตอร์ให้ห้องนั่งเล่นได้ทันที แต่ถ้าถึงขั้นที่ว่าเวลาจะนั่งทีต้องคอยย้ายหมอนออกถึงห้าใบ นั่นแปลว่าคุณเริ่มเลยเถิดไปไกลแล้ว

แนะนำให้เลือกเก็บไว้เฉพาะชิ้นที่จำเป็น โดยเน้นการเล่นกับขนาดและผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน และเลือกใช้สีที่เข้ากันประมาณสองถึงสามสี เพื่อให้ได้ลุคที่ดู Cozy แต่ยังเหลือพื้นที่ให้นั่งได้จริงๆ ไม่ใช่สภาพที่ต้องถามตัวเองว่า 'แล้วจะให้นั่งตรงไหน?'

ชั้นวางของที่แน่นทุกตารางนิ้ว

การพยายามเติมหนังสือหรือของโชว์ให้เต็มทุกเซนติเมตรของชั้นวาง ไม่ได้ช่วยให้ห้องดูน่าสนใจขึ้นเสมอไป ในทางตรงกันข้าม มันจะทำให้ของทุกชิ้นดูเหมือนกำลังแย่งกันเด่น จนสุดท้ายไม่มีชิ้นไหนที่โดดเด่นออกมาเลย

ลองปล่อยให้บางชั้นว่างลงบ้าง แล้วใช้วิธีจัดวางแบบผสมผสาน ทั้งหนังสือ ของตกแต่งชิ้นเล็ก และต้นไม้ที่มีความสูงต่างกัน พื้นที่ว่างที่เว้นไว้จะช่วยส่งให้ของที่คุณเลือกมาโชว์ดูโดดเด่นและน่ามองมากขึ้น

กรอบรูปที่กระจายตัวจนวุ่นวาย

รูปภาพเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้บ้านดูมีความเป็นส่วนตัว แต่ถ้ามีกรอบรูปวางอยู่ทุกโต๊ะ ทุกชั้น และทุกกำแพง สิ่งที่ได้จะไม่ใช่ความทรงจำ แต่เป็น 'มลภาวะทางสายตา' ที่ทำให้ห้องดูวุ่นวาย

วิธีแก้คือเลือกเฉพาะรูปที่ชอบที่สุด แล้วนำมารวมกันไว้ในจุดเดียว เช่น การทำ Gallery Wall หรือจัดวางเป็นกลุ่มที่ผ่านการคิดมาแล้ว ซึ่งจะดูสไตลิชกว่าการวางกรอบรูปสะเปะสะปะไปทั่วบ้าน

ของตกแต่งที่ 'อยู่ไปงั้นๆ'

จุดที่จัดการยากที่สุดคือของที่ไม่ได้ชอบแล้ว แต่ดัน 'ยึดพื้นที่' ในบ้านไปเสียอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกจากการเดินทาง ของตกแต่งเก่าๆ หรือของที่เคยซื้อตามเทรนด์แล้ววางทิ้งไว้เป็นปีๆ

ถึงเวลาต้องรีเซ็ตการตกแต่งบ้านใหม่ โดยเก็บไว้เฉพาะชิ้นที่ยังชอบจริงๆ หรือชิ้นที่มีเรื่องราวสำคัญต่อความรู้สึก ถ้าชิ้นไหนที่วางไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ให้คุณค่าอะไรนอกจากกินที่ ก็ถึงเวลาที่ต้องให้มันจากไปได้แล้ว

สุดท้ายแล้ว การทำให้บ้านดูเปลี่ยนไปไม่จำเป็นต้องซื้อของใหม่เสมอไป บางครั้งการ 'เอาออก' ให้มากกว่า 'เติมเข้า' การสร้างพื้นที่ว่าง ลดความรกรุงรัง และเหลือไว้เพียงของที่รักจริงๆ คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยน Vibe ของบ้านให้ดีขึ้นได้ทันที

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก