เต้ย จรินทร์พร ลุยฟ้องชาวเน็ตคอมเมนต์แรง ยันต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

เต้ย จรินทร์พร นักแสดงสาว หลังตัดสินใจเดินหน้าฟ้องร้องชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์รุนแรง ดูหมิ่นเหยียดหยาม และไม่ให้เกียรติจนกลายเป็นประเด็นร้อน โดยล่าสุดเจ้าตัวออกมาอัปเดตว่าตอนนี้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทั้งการเข้าพบตำรวจและทำงานร่วมกับทีมทนายความ
ขอโทษแต่ไม่จบ เพราะต้องรับผิดชอบ
ถึงแม้ว่าจะมีชาวเน็ตบางส่วนส่งข้อความมาขอโทษ แต่เต้ยบอกว่าทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองในส่วนหนึ่ง และต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเธอมองว่าในสมัยก่อน พื้นที่โซเชียลมีเดียอาจจะดูเหมือนเป็นพื้นที่ใหม่ที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ทำให้หลายคนคิดว่าสามารถคอมเมนต์อะไรก็ได้ หรือออกความเห็นที่เกินเส้นไปมาก แต่ในปัจจุบันมีกฎหมายเข้ามาดูแลพื้นที่ตรงนี้แล้ว เธอจึงเลือกที่จะใช้สิทธิ์ในการปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่
เส้นแบ่งระหว่าง 'วิจารณ์' กับ 'เหยียดหยาม'
เต้ยยอมรับว่าในฐานะคนที่อยู่ในวงการบันเทิง เธอเข้าใจดีว่าการถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติ และสามารถรับได้หากเป็นการวิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ เช่น การที่ชาวเน็ตบอกว่า "เลิกอีกแล้วเหรอ" ซึ่งเธอมองว่าการจบความสัมพันธ์มันก็เจ็บช้ำมากพออยู่แล้ว และทำใจยอมรับเรื่องการถูกซ้ำเติมได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอรับไม่ได้เด็ดขาดคือคอมเมนต์ที่เลยเถิดไปถึงเรื่องเพศ ซึ่งเธอมองว่ารุนแรงเกินไปและไม่เกี่ยวกับสถานะผู้หญิง แต่เป็นเรื่องของฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่มีใครควรถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง เพศชาย หรือเพศใดก็ตาม
จากคนที่เคยแอบอยู่ สู่การลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้ คือการที่เธอเห็นคอมเมนต์ส่วนใหญ่ในเฟซบุ๊ก ซึ่งปกติเธอไม่ค่อยได้เล่น แต่มีแฟนคลับและคนที่รักเธอทักมาส่งให้ดูว่าข้อความมันรุนแรงมาก จนเธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมถึงไม่ปกป้องตัวเอง ในเมื่อก่อนหน้านี้เธอมักจะบอกคนรอบข้างว่าไม่ต้องทำอะไร ให้ช่างมันเถอะ และพยายามหลบเลี่ยงด้วยการไถหน้าจอผ่านๆ เพราะไม่อยากเห็นข่าวตัวเองที่มีรูปคู่ปรากฏขึ้นมา
แต่เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างเดือดร้อนแทน และตัวเองก็ได้ออกมาสัมภาษณ์เรื่องความรู้สึกในความสัมพันธ์ไปแล้ว จึงรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปแอบหรือหลบซ่อนอีกต่อไป การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย แต่ครั้งนี้มันแรงเกินไปจนต้องขอ "เอาหน่อย"
