MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

เปิดเบื้องหลังสารคดี Always Lalisa เมื่อลิซ่าขอทวงคืนอำนาจการตัดสินใจในชีวิตตัวเอง

เตรียมตัวโดนตกซ้ำรอบที่ล้าน เพราะสารคดี Always Lalisa เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพาเราไปย้อนดูชีวิตของ ลิซ่า หรือ ลลิษา มโนบาล ที่ไม่ได้มีแค่ความปัง แต่ยังมีมุมที่ต้องเผชิญกับดราม่าออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในฉากสำคัญคือการพูดถึงวิดีโอเก่าสมัยอายุ 15 หรือ 16 ปี ที่ลิซ่าเล่าว่าตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าคำที่ใช้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเธอมาจากประเทศไทยและภาษาแรกไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

บอกเลยว่าสารคดีเรื่องนี้ทำให้เราเห็นการเติบโตที่น่าทึ่งมาก เพราะคิม ผู้สร้างสารคดี เห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างเด็กหญิงวัย 7 ขวบในรายการประกวดความสามารถที่เก่งเกินวัย กับหญิงสาววัย 25 ปีที่กำลังค่อยๆ กางปีกโบยบินและทวงคืนอำนาจในการตัดสินใจของตัวเองกลับมา แม้ในซิงเกิล New Woman จะดูมั่นใจสุดๆ แต่เบื้องหลังคือความมุ่งมั่นที่ต้องสู้กับความไม่มั่นใจในตัวเองและเรียนรู้จากความผิดพลาด

ความเด็ดเดี่ยวของลิซ่าเห็นได้ชัดจากการตัดสินใจยุติสัญญากับ YG ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก แล้วหันไปเซ็นสัญญากับ RCA Records ในสหรัฐฯ แทน ซึ่งเป็นการเดินเกมที่กล้าหาญมากสำหรับผู้หญิงที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ทั้ง Louis Vuitton และ Bvlgari

จากเวทีเพลงสู่จอซีรีส์ระดับโลก

ไม่ใช่แค่เรื่องเพลง เพราะลิซ่ามุ่งมั่นมากที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดง โดยการอัดวิดีโอออดิชั่นด้วยตัวเองจนคว้าบท 'มุก ศรสิน' โค้ชด้านสุขภาพในซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 มาครองได้สำเร็จ

จุดเปลี่ยนสำคัญในสารคดีเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2025 เมื่อลิซ่าเดินทางกลับกรุงโซลเพื่อร่วมงานกับ Blackpink อีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความรู้สึกขัดแย้งในใจอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งปัจจุบันที่เธอเสร็จสิ้นภารกิจในฐานะสมาชิกวง Blackpink แล้ว และเริ่มต้นก้าวสู่เฟสที่สองของศิลปินเดี่ยวด้วยซิงเกิล สวัสดีค่ะ (Sawadika) ซึ่งทางผู้สร้างบอกว่าไม่แปลกใจเลยที่เธอเลือกเดินเส้นทางนี้

เห็นความพยายามของลิซ่าแล้วยอมใจเลยจริงๆ ใครไปดูสารคดีมาแล้วรู้สึกยังไงบ้าง หรือโดนความมุ่งมั่นของน้องตกเหมือนกันไหม?

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก