MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

เมจิ อโณมา ท้าทายวัยใกล้ 50 จากคนป่วยภูมิแพ้หนักสู่เป้าหมายทีมชาติ

เมจิ อโณมา เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่พลิกชีวิตจากคนป่วยภูมิแพ้หนักจนต้องกินยาเพิ่มโดสขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการเจ็บตามข้อต่อ เอว และกล้ามเนื้อจนปวดไปหมด ให้กลายมาเป็นนักกีฬาเต็มตัวในรายการ On the way with Chom โดยเธอตั้งเป้าหมายในวัยเฉียด 50 ปีว่าอยากจะทดสอบศักยภาพเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติ และอยากเป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรง ไม่เป็นภาระใคร และไม่ติดเตียง

จากก้าวแรกที่เกือบเป็นลมสู่การปล่อยวาง

จุดเริ่มต้นของการออกกำลังกายของเธอไม่ได้ราบรื่น เพราะตอนเริ่มวิ่งได้เพียง 5 นาทีก็เหนื่อยจนเห็นดาวและรู้สึกเหมือนจะเป็นลม โดยเฉพาะช่วงที่ย้ายไปอยู่สิงคโปร์และลองลงไปเดินที่สวนใกล้คอนโด เธอรู้สึกว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องยากมากจนเปลี่ยนวิธีจากการวิ่งมาเป็นเดินวันละ 30 นาทีแทน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอสังเกตเห็นนกตัวเล็กๆ ที่ค่อยๆ ใช้ฟางทีละอันมาสร้างรัง ซึ่งทำให้เธอคิดได้ว่าผลลัพธ์สุขภาพไม่ต้องรีบร้อน แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันเหมือนนกตัวนั้น เธอจึงเริ่มปล่อยวางความต้องการขั้นสูงสุด แล้วเปลี่ยนจากเดินมาเป็นสลับวิ่งและเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่กดดันว่าต้องดีที่สุด แต่เน้นการทำตามใจตัวเองและอยู่กับปัจจุบัน

ใช้คอมมูนิตี้สู้กับความขี้เกียจ

ในช่วงแรก เมจิ อโณมา ยอมรับว่ามีความขี้เกียจและขาดแรงบันดาลใจ โดยมองว่าการลุกจากโซฟาเป็นเรื่องที่หนักหนามากสำหรับคนไม่อยากออกกำลังกาย เธอจึงเลือกเข้าหาคลาสและคอมมูนิตี้เพื่อให้มีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ ไม่ว่าจะเป็นการมีเทรนเนอร์หรือเข้าคลาส Body Combat เพื่อดึงตัวเองไม่ให้กลับไปเป็นแบบเดิม

เธอเล่าว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ความรู้เรื่องการออกกำลังกายยังมีน้อย และเธอมองว่าการลองผิดลองถูกหลายๆ อย่างเป็นเรื่องปกติเหมือนกับคนที่นิยมเล่น HYROX ในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งที่เธอเห็นคือไม่ได้ฟิตขึ้น แต่เริ่มไม่ค่อยได้กินยาแล้ว ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะไปต่อและอยากนำประสบการณ์นี้ไปให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้ในการเริ่มต้น

บททดสอบสุดโหดในทะเลทราย

ปัจจุบันเธอผันตัวมาเป็นนักไตรกีฬาและนักกีฬาอัลตร้า โดยเคยผ่านประสบการณ์วิ่ง 250 กิโลเมตรในทะเลทราย ซึ่งเป็นการแข่งแบบ Self-Support ที่ต้องดูแลตัวเองทุกอย่างและพกอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาเองทั้งหมด หากอุปกรณ์ไม่ครบหรือขาดหายไปทีมงานจะไม่ช่วยเหลือ ยกเว้นกรณีแขนหรือขาหักเท่านั้น

สภาพอากาศในเรซนี้มีความผันผวนสูงมาก ตั้งแต่อุณหภูมิ 39 องศาในตอนที่แดดออก ไปจนถึง 5 องศาเมื่อมีเมฆปกคลุม ซึ่งเธอต้องเตรียมยาแก้ไข้ติดตัวไว้ด้วยเพราะสภาพร่างกายอาจผิดปกติได้ตลอดเวลา โดยมีเพียงจุดเติมน้ำเปล่าตามเช็กพอยต์ทุก 10 กิโลเมตร และมี GPS คอยติดตามตัวเพื่อไม่ให้หายไปจากจอเรดาร์

ความฝันวัยเด็กและทัศนคติใหม่ในวัย 50

ความฝันในการเป็นนักกีฬาทีมชาติที่เคยหยุดไว้ตั้งแต่สมัยเด็กเพราะเข้าสู่วงการบันเทิง ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้งในวันที่เธอมีอิสระในชีวิตและมีความรู้มากขึ้น โดยเธอตั้งใจจะ Verify ตัวเองเพื่อเป็นทีมชาติของกีฬาชนิดหนึ่งในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสร้างความท้าทายใหม่หลังจากที่เจอ Work-Life Balance ของตัวเองแล้ว

แม้การเล่นกีฬาจะไม่สร้างรายได้และต้องใช้ความพยายามในการฝืนตัวเองไม่ต่างจากการทำงาน แต่เธอมองว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อร่างกายและมุมมองที่มีต่อตัวเอง ซึ่งช่วยให้ชีวิตก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

ใครจะคิดว่าจากคนที่เดิน 5 นาทีแล้วเห็นดาว จะกลายมาเป็นคนที่วิ่งในทะเลทรายได้ไกลขนาดนี้ ใจฟูแทนเลย!

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก