เกิดมาแก่ ไม่ได้แปลว่าแก่ตาย! ย้อนรอยชีวิต เบนจามิน บัตตัน

ครั้งนี้ถึงคิวของหนังในตำนานที่หลายคนยังคงพูดถึงไม่หยุด นั่นก็คือ The Curious Case of Benjamin Button หรือชื่อไทยโคตรเก๋ว่า เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ หนังดราม่าแฟนตาซีที่แหวกแนวเกินเบอร์ไปมาก จนต้องยกนิ้วให้ผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ เลยว่าแกกล้ามากที่ทำหนังเรื่องนี้ออกมาได้ขนาดนี้
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู หรือดูแล้วแต่ลืมไปแล้วว่าเรื่องราวเป็นมายังไง สรุปง่ายๆ เลยก็คือ หนังเล่าถึงเบนจามิน บัตตัน ชายคนหนึ่งที่เกิดมาในสภาพร่างกายเหมือนคนแก่วัย 80 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ปี 1918 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่นิวออร์ลีนส์ แล้วจากนั้นชีวิตของเขาก็ไม่ได้ดำเนินไปข้างหน้าเหมือนคนปกติทั่วไป แต่กลับย้อนวัยเด็กลงเรื่อยๆ ลองจินตนาการดูสิว่าชีวิตแบบนี้มันจะวุ่นวายขนาดไหน เกิดมาพร้อมอาการร่างกายของคนชรา แต่ต้องใช้ชีวิตผ่านศตวรรษที่ 20 ไปจนถึงศตวรรษที่ 21 ในทิศทางที่สวนทางกับทุกคนรอบข้าง
เรื่องราวทั้งหมดดัดแปลงมาจากวรรณกรรมคลาสสิกของ เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ซึ่งเป็นต้นฉบับที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว พอมาอยู่ในมือของฟินเชอร์ก็กลายเป็นงานสร้างที่ตระการตาและกินใจอย่างไม่น่าเชื่อ ฟินเชอร์เป็นผู้กำกับที่รู้จักกันดีในแนวหนังระทึกขวัญและอาชญากรรม แต่หนังเรื่องนี้คือการพิสูจน์ว่าแกเล่นได้ทุกสนาม และเล่นได้ดีเสียด้วย
ป๋าแบรดกับตัวแม่เคต รวมตัวกันแล้วจอระเบิด
แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเบนจามิน บัตตัน สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ แบรด พิตต์ ที่รับบทนำในฐานะตัวละครที่ต้องแสดงอายุแตกต่างกันตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ร่างที่ดูแก่ชราตอนเกิด ไปจนถึงหนุ่มเฟี้ยวในวัยกลางคน แล้วค่อยๆ เด็กลงจนหมดสิ้น การเมคอัพและ CGI ที่เนรมิตให้ทุกช่วงวัยดูน่าเชื่อและแนบเนียนคือเหตุผลสำคัญที่หนังกวาดรางวัลออสการ์ถึง 3 สาขาในด้านเทคนิคงานสร้าง ซึ่งถ้าดูแล้วก็จะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงสมควรได้
ส่วน เคต แบลนเชตต์ ตัวแม่ด้านการแสดงอีกคนก็มาเจอกันในบทเดซี่ คนรักของเบนจามิน ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แปลกประหลาดที่สุดในโลก นั่นคือการรักใครสักคนที่เด็กลงในขณะที่ตัวเองแก่ขึ้นตามปกติ เคมีของทั้งคู่บอกเลยว่าฟุ้งกระจายเต็มจอ ไม่ว่าจะฉากโรแมนติก ซาบซึ้ง หรือแม้แต่ฉากที่ต้องอำลา ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติและกินใจสุดๆ นอกจากสองนักแสดงนำแล้ว หนังยังมีนักแสดงสมทบระดับฝีมือที่ช่วยถักทอโลกของเบนจามินให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
ชีวิตที่เดินสวนทาง แต่ความรู้สึกไม่ต่างกันเลย
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังดราม่าแฟนตาซีธรรมดาๆ คือประเด็นที่หนังพยายามจะสื่อสาร มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนแปลกๆ ที่อายุย้อนกลับ แต่คือเรื่องราวของชีวิต ความรัก การสูญเสีย ความสุข ความเศร้า และสิ่งที่คงอยู่เหนือกาลเวลา เบนจามินเองก็เหมือนเราทุกคนที่ไม่สามารถหยุดเวลาได้ เขาแค่เดินทางในทิศทางที่ต่างออกไป หนังไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูป แต่ชวนให้เราตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในเวลาที่เรามีอยู่
หนังยาวถึง 166 นาที แต่ทุกนาทีที่ดูคุ้มค่าสุดๆ ไม่แปลกใจเลยที่หนังได้คะแนนรีวิว 72% จาก Rotten Tomatoes แถมยังเข้าชิงออสการ์ถึง 13 สาขา และกวาดกลับบ้านไปได้ 3 รางวัลในสาขาเทคนิคงานสร้าง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่างานโปรดักชันของเรื่องนี้มันจริงจังแค่ไหน
หนังฉายครั้งแรกในไทยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2009 และผ่านมาแล้วกี่ปีก็ยังไม่เคยล้าสมัย เพราะคำถามที่หนังตั้งไว้ก็ยังคงวนเวียนในหัวคนดูอยู่เสมอ ใครอยากพิสูจน์ความอัศจรรย์ของชีวิตที่ย้อนวัยนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด! แล้วคุณล่ะ? ถ้าเลือกได้ อยากเกิดมาแก่แล้วเด็กลง หรือเกิดมาเด็กแล้วแก่ขึ้นตามปกติมากกว่ากัน?
