MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

เฌอปราง อารีย์กุล คว้า MBA ญี่ปุ่น พร้อมเป็น GLOBIS Ambassador คนแรกของไทย

via Instagram @ccherprang.ark

เฌอปราง อารีย์กุล เพิ่งเปิดตัวในฐานะ GLOBIS Ambassador ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก GLOBIS University โดยมีภารกิจหลักในการส่งต่อแนวคิดเรื่องการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง พร้อมแชร์ประสบการณ์จริงจากการไปศึกษาต่อหลักสูตร MBA ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่มองว่าการเรียนต่อไม่ใช่แค่การคว้าปริญญาเพิ่มอีกใบ แต่คือโอกาสในการออกไปค้นพบมุมมอง ผู้คน และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับชีวิต

เฌอปรางเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง จากเส้นทางในวงการบันเทิงสู่บทบาทผู้บริหาร และตัดสินใจไปเรียนต่อ MBA ที่ญี่ปุ่นแม้จะยังทำงานควบคู่กันไป โดยเธอมองว่าการเรียนรู้คือพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้พาตัวเองออกจากสิ่งที่คุ้นเคย เพื่อค้นหาความสามารถและเป้าหมายใหม่ๆ ของตัวเอง

เปิดประสบการณ์ชีวิตในโตเกียวและการเรียนยุคใหม่

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เฌอปรางเผยว่าไม่ได้มีเพียงเรื่องวิชาการ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิตครั้งใหญ่ ทั้งการใช้ชีวิตด้วยตัวเองในโตเกียว การเรียนร่วมกับเพื่อนจากหลากหลายประเทศและหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองผ่านกรณีศึกษาธุรกิจจริง และการสัมผัสวัฒนธรรมการทำงานรวมถึงนวัตกรรมของญี่ปุ่น โดยใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนทั้งหมด

นอกจากนี้ เธอยังได้เรียนรู้แนวคิด Kokorozashi ที่เน้นการค้นหาเป้าหมายของตัวเอง และ Technovate ที่เชื่อมโยงการบริหารจัดการเข้ากับเทคโนโลยีและ AI เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโลกธุรกิจยุคใหม่ ซึ่งการไปเรียนครั้งนี้ทำให้เธอเห็นว่าการเรียนต่อให้อะไรมากกว่าความรู้ในห้องเรียน เพราะได้เจอคนและความคิดใหม่ๆ ที่ทำให้ต้องกลับมารู้จักตัวเองมากขึ้นว่าถนัดอะไร อยากเติบโตไปทางไหน และจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อยอดอย่างไร

เคล็ดลับจัดการเวลาฉบับตัวแม่

เฌอปรางยอมรับว่าช่วงแรกของการเรียนเป็นช่วงที่ท้าทายที่สุด เพราะต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศคนเดียวและปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ พร้อมกับต้องโฟกัสเนื้อหาการเรียนที่แอดวานซ์ขึ้น แต่เธอก็สามารถจัดการได้เนื่องจากหลักสูตรของ GLOBIS University เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจากนักธุรกิจและผู้บริหารที่มีชื่อเสียง ไม่เน้นการท่องจำทฤษฎี ทำให้เนื้อหาถูกย่อยมาให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนจนทำให้การเรียนสนุกขึ้น อีกทั้งยังมีเพื่อนร่วมชั้นจากทั่วโลกที่คอยช่วยเหลือจนได้คอนเนกชันที่ดี

ส่วนเรื่องการแบ่งเวลาระหว่างการเรียนและการทำงานในวงการบันเทิง เฌอปรางใช้เทคนิค Time-Blocking มาช่วยจัดสรรเวลาให้ลงตัวและแบ่งโฟกัสให้ชัดเจน ทำให้สามารถรันทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้โดยไม่มีสะดุด ซึ่งเธอแนะนำว่าเทคนิคนี้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งกับการเรียนและการทำงาน

ต่อยอดธุรกิจบันเทิงด้วยนวัตกรรมญี่ปุ่น

หลังจากสำเร็จการศึกษา Full-time MBA ระยะเวลา 1 ปีจาก GLOBIS โตเกียว เป้าหมายถัดไปของเฌอปรางคือการนำความรู้และเทคนิคธุรกิจยุคใหม่จากผู้ประกอบการตัวจริง กลับมาพัฒนา บริษัท ซีซีสองสี่แปด จำกัด ซึ่งทำธุรกิจรับงานแสดง ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ โฆษณา และดูแลศิลปิน

เธอตั้งใจยกระดับโครงสร้างหลังบ้านให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น ทั้งเรื่องการบริหารจัดการการเงิน การวางระบบภาษี การบริหารทีมงาน และการจัดสรรงานอีเวนต์สเกลใหญ่ ซึ่งการเรียน MBA ช่วยเติมเต็มส่วนที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการบริหารจัดการ ทำให้มั่นใจว่าความรู้ที่ได้มาสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงและคุ้มค่ากับเวลาที่ลงทุนไป

นอกจากนี้ เฌอปรางยังวางแผนใช้คอนเนกชันจากเครือข่ายเพื่อนนานาชาติ เป็นสะพานเชื่อมนำนวัตกรรมและระบบการทำงานรูปแบบใหม่จากญี่ปุ่น มาต่อยอดธุรกิจบันเทิงในไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น พร้อมกับทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์และการพัฒนาตัวเอง เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุก

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก