MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

ดราม่าสนั่นทัวร์! เอ็ด ชีแรน ขอโทษ-โยนเผือกร้อน หลังแร็ปเปอร์ดังถูกแบนเพราะหนุนปาเลสไตน์

เอ็ด ชีแรน คือศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงรักกินใจ ทำนองติดหู ที่มักจะทำให้แฟนๆ ทั่วโลกเคลิ้มตามไปกับเสียงกีตาร์โปร่งและเนื้อเพลงซึ้งๆ การที่เขาต้องมาพัวพันกับประเด็นการเมืองแบบนี้ เลยเป็นเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิด และเจ้าตัวก็ออกมายอมรับตรงๆ ว่าไม่เคยอยากเป็นศิลปินที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเลยด้วยซ้ำ แต่สถานการณ์มันพาไปจริงๆ

จุดเริ่มต้นของดราม่า: แม็กเคิลมอร์ VS เสรีภาพในการแสดงออก

เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มจาก แม็กเคิลมอร์ แร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน ที่มาร่วมเป็นศิลปินรับเชิญในทัวร์คอนเสิร์ต Loop Tour นี่แหละ ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา พี่แกดันไปแสดงความคิดเห็นบนเวที สนับสนุนปาเลสไตน์อย่างออกนอกหน้า แถมยังเอ่ยถึงคำว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในกาซา ซึ่งเป็นประเด็นที่อิสราเอลปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แม็กเคิลมอร์โดนถอดออกจากทัวร์ทันที ด้วยเหตุผลจากผู้จัดว่า สถานที่จัดงานบางแห่ง โดยเฉพาะสนามกิลเล็ตต์ สเตเดียม ปฏิเสธที่จะจัดคอนเสิร์ตถ้าเขายังอยู่บนเวที

โรเบิร์ต คราฟต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันเชื้อสายยิว เจ้าของสนามกิลเล็ตต์ สเตเดียม ถึงกับออกมายืนยันเองเลยว่าสั่งห้ามแม็กเคิลมอร์ขึ้นแสดง เพราะมีการใช้ถ้อยคำที่คราฟต์มองว่าสร้างความเกลียดชัง แถมยังกล่าวหาว่านำเสนอข้อมูลแค่บางส่วนโดยไม่สนใจการกระทำของกลุ่มฮามาส งานนี้เลยกลายเป็นดราม่าใหญ่โตลามไปถึงเรื่อง เสรีภาพในการแสดงออก ของศิลปินทันที

ชีแรนกับท่าทีที่ยากจะวางตัว

หลังจากเงียบมาพักใหญ่ เอ็ด ชีแรน ก็ได้ฤกษ์ออกมาพูดด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เขาเริ่มจากการพูดถึงเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 โดยกลุ่มฮามาสว่า เลวร้ายอย่างน่าสยดสยอง และยอมรับว่าสถานการณ์ในฉนวนกาซาคือ สิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ รุนแรงเกินไปมากจนเขาใจสลาย โดยเฉพาะการสูญเสียชีวิตของพลเรือนและเด็กๆ แถมยังพูดถึงความอยุติธรรมเชิงระบบที่เกิดขึ้นในเขตเวสต์แบงก์ว่า ไม่สามารถมองข้ามได้ เลยนะ

เขาบอกว่าคอนเสิร์ตของเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนมาโดยตลอด และยืนยันว่าอยากให้ดนตรีและการแสดงเป็นพื้นที่แห่งความสามัคคี ไม่ใช่ความแตกแยก เป็นเรื่องของมนุษยธรรมมากกว่าการเมือง ฟังดูแล้วก็เป็นท่าทีที่พยายามจะประนีประนอมทุกฝ่าย ไม่ให้ไปแตะฝั่งไหนมากเกินไป แต่ก็ยังคงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ประเด็นสำคัญที่ชีแรนออกมาชี้แจงชัดๆ คือการตัดสินใจถอดแม็กเคิลมอร์ออกจากทัวร์นั้นเป็นของผู้จัดคอนเสิร์ต ไม่ใช่ของเขา พร้อมแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่สถานที่จัดงานต้อง อนุมัติเนื้อหาหรือศิลปินล่วงหน้า ซึ่งคำพูดนี้เองที่เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมในคอนเสิร์ตได้อย่างล้นหลาม เรียกว่าเป็นการโยนเผือกร้อนกลับไปให้ผู้จัดแบบเนียนๆ แต่ก็ยังรักษาสปิริตเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกไว้ได้ดี

ดราม่าทำพิษ: บัตรดิ่ง ศิลปินถอนตัว

ผลพวงจากดราม่าครั้งนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ ศิลปินรับเชิญอีกหลายคนก็พากันถอนตัวจากทัวร์ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับแม็กเคิลมอร์ ไม่ว่าจะเป็น แอรอน โรว์ ลูกัส แกรม และวงแบ็กอัป Beoga ซึ่งให้เหตุผลว่าการถอดแม็กเคิลมอร์ออกไป อาจส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของศิลปินคนอื่นๆ ได้

ที่พีคกว่านั้นคือราคาบัตรคอนเสิร์ตในสหรัฐฯ ก็ดิ่งลงเหวแบบน่าตกใจ บัตรบางส่วนลดลงเหลือ 32 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,066 บาท) แฟนเพลงบางคนถึงกับบอกว่าขอคืนเงินค่าบัตรได้ด้วยซ้ำ แต่ Ticketmaster และ Messina Touring Group ผู้จัดคอนเสิร์ต ยังไม่ออกมายืนยันตรงๆ ว่ามีการคืนเงินให้จริงไหม เอาเป็นว่ายอดขายบัตรที่เหลือของทัวร์ก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ งานนี้ผู้จัดคงต้องกุมขมับเลยทีเดียว

ถึงแม้จะมีผู้ประท้วงบางส่วนไปโบกธงปาเลสไตน์อยู่หน้างานคอนเสิร์ต แต่การแสดงก็ยังคงดำเนินไปได้โดยไม่มีอุปสรรคใหญ่ๆ แฟนเพลงส่วนใหญ่ที่มางานก็อยากจะมาเสพดนตรี และสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไปพร้อมกัน อย่างคู่สามีภรรยาที่ซื้อบัตรแพงๆ ก็ยังเคารพสิทธิของแม็กเคิลมอร์ หรือแม้แต่สาวๆ ที่ได้บัตรราคาพิเศษก็ยังบอกว่าสนับสนุนปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ แต่ก็ยังรักเพลงของชีแรนนะจ๊ะ

บทสรุปที่น่าคิด: ศิลปินกับจุดยืนทางการเมือง

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นเลยว่ายุคนี้ ศิลปินระดับโลกจะทำอะไรก็ต้องคิดหนัก เพราะทุกย่างก้าว โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองหรือสังคม มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว เอ็ด ชีแรนเองก็พยายามหาทางออกที่ประนีประนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอกว่ากำลังพยายามหาทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับฟังและเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะยอมรับว่ายังมีความรู้ไม่เพียงพอ ซึ่งก็เป็นท่าทีที่น่าชื่นชม

แต่ถึงอย่างนั้น การที่ศิลปินต้องมาเลือกข้าง หรือต้องระมัดระวังเรื่องการแสดงออกของเพื่อนร่วมอาชีพในพื้นที่คอนเสิร์ต มันก็น่าตั้งคำถามนะว่า สุดท้ายแล้ว พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน อย่างที่ชีแรนบอก มันจะยังเป็นจริงได้อยู่ไหมในโลกที่การเมืองซึมซับอยู่ในทุกอณูแบบนี้ แล้วเพื่อนๆ ล่ะ คิดว่าศิลปินควรมีสิทธิ์แสดงจุดยืนทางการเมืองบนเวทีได้เต็มที่แค่ไหน

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก